logos
logos
logos
logos
logos
logos
logos
logos
logos
logos

บทสัมภาษณ์ผู้อยู่เบื้องหลังเพจใบปิดภาพยนตร์ไทย Thai Movie Posters

Read in

➜  ไทยมูวี่โปสเตอร์ เป็นเพจที่ได้เจอขณะกำลังพยายามค้นหารูป “ใบปิด” ภาพยนตร์เก่าๆ ของไทย

สมัยก่อนเราเรียกโปสเตอร์หนังไทยว่า “ใบปิด” ตอนแรกๆ ที่เริ่มรู้จัก ก็ค่อนข้างต้องปรับตัวอยู่พอสมควรกว่าจะชินกับคำว่าใบปิด แต่จะว่าไปมันก็มีเอกลักษณ์ในวิธีการของมันตรงไปตรงมา

 

เพจไทยมูวี่โปสเตอร์คือพื้นที่รวบรวมข้อมูลหนังไทยยุคหลังพ.ศ. 2500 ไว้จำนวนมาก มีเรื่องเล่า รายละเอียดของหนัง นักแสดง ผู้กำกับ ชื่อช่างที่เขียนใบปิด วันเวลาที่ฉาย ข้อมูลที่นับว่าละเอียด เมื่อเข้าไปยังหน้าอัลบั้มแล้ว ก็ยังแบ่งแยกตามหมวดหมู่ตัวอักษรเอาไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าคุณกำลังตามหาแกลอรี่ออนไลน์ของใบปิดหนังไทยสมัยก่อน ที่นี่คือสวรรค์ของคุณนั่นเอง

 

ตอนผู้เขียนค้นเจอเพจนี้คือปีพ.ศ. 2562 พบว่าเพจมีการเคลื่อนไหวทุกวันอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ มีการอัพเดทหน้าปกบนเพจหรือโพสต์ใหม่ๆ ให้เห็นอยู่เสมอ จึงติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์เป็นบทความนี้

*เนื่องจากเจตนาของเจ้าของเพจ ยังไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน จึงขออนุญาตละการเปิดเผยตัวตนของเจ้าของเพจไว้ที่ย่อหน้านี้

 

ที่มาของเพจ Thai Movie Posters

ผมเริ่มสะสมใบปิดเมื่อ 10 ปีมานี่เอง พอนำไปอวดให้คนรุ่นหลังที่อายุน้อยกว่าผมดู ปรากฏว่าเขาชื่นชอบกันมากว่าในสมัยก่อน ใบปิดหนังไทยวาดได้สวยขนาดนี้เลยหรือ? ซึ่งทำให้ผมแปลกใจมาก เพราะไม่คิดว่าคนรุ่นนี้จะสนใจและชื่นชมศิลปะของใบปิดหนังไทยในอดีตมากขนาดนั้น

และนั่นเป็นจุดที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมสร้างเพจนี้ขึ้นมา โดยมุ่งหวังจะให้คนในยุคนี้ได้หวนระลึกถึงความหลังอันสวยงามของหนังไทย และมากไปกว่านั้น ผมมุ่งหวังให้คนในอนาคตได้มาเห็นว่าอดีตของหนังไทยนั้นเป็นอย่างไร มีดาราดังๆ ชื่ออะไรกันบ้าง เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์รูปแบบหนึ่ง

ผมเป็นคนชอบดูหนังไทยมากมาตั้งแต่เล็กๆ โดยคุณแม่จะพาไปดูเป็นประจำ แต่หนังฝรั่งก็ดูเยอะมากเช่นกัน น่าเสียดายที่ผมเพิ่งมาเริ่มสะสมใบปิดเอาในยุคที่หายากและราคาแพง  สำหรับผมใบปิดหนังมันไม่ใช่แค่สิ่งที่สวยงาม แต่มันเป็นตัวแทนของศิลปะวัฒนธรรมไทยรูปแบบหนึ่ง ในยุคสมัยหนึ่ง ใบปิดหนังของฝรั่งในยุคเก่าก็มีการวาดเหมือนกัน แต่ผมว่าใบปิดของไทยเจ๋งมากกว่าตรงที่เขียนรูปเล่ารายละเอียดของหนังเยอะกว่าของฝรั่ง ของฝรั่งมักจะเน้นวาดเฉพาะดารานำที่ดังๆเท่านั้น

 

เปิดเพจมานานตั้งแต่เมื่อไหร่

วันแรกที่โพสต์คือวันที่ 13 กันยายน ปีพ.ศ. 2557 ผมเลือกโพสต์รูปแรกเป็นใบปิดหนังเรื่อง “ความรัก” (2517-สมบัติ-ภาวนา) เพราะผมสร้างเพจนี้ด้วย “หัวใจ” ด้วย “ความรัก” ใน “หนังไทย” ตอนแรกก็ไม่ได้มีคนติดตามเยอะ จนวันนี้ ทีละเล็กทีละน้อย จำนวนผู้ติดตามถึงสี่หมื่นกว่าแล้ว ผมตื่นเต้น ดีใจและปลื้มใจมากที่คนให้ความสนใจและเห็นคุณค่าสิ่งที่ผมทำ ถึงตอนนี้ก็ 6 ปีเต็ม ผมโพสเกือบจะทุกวัน รวมๆ ผมก็น่าจะมี 2,000 กว่ารูปได้

 

 

ทำเพจนี้เป็นงานอดิเรกหรืองานประจำ

เป็นงานอดิเรกที่ทำประจำครับ! และเป็นงานอดิเรกที่ใช้เวลาเยอะมาก บางทีเป็นวัน เวลาผมจะโพสต์เกร็ดเกี่ยวกับเรื่องอะไร ผมต้องค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือดาราหลายเล่มที่ผมสะสมไว้เช่นกันมาเรียบเรียงครับ ซึ่งตรงนี้กินเวลามาก

 

ใบปิดที่อยู่ในเพจคิดว่ามีเกือบครบทุกเรื่องไหม

เป็นไปได้ยากครับที่จะมีทุกเรื่อง หนังไทยในอดีตมีมากมาย หลายเรื่องมันหาไม่ได้จริงๆ

 

ขั้นตอนในการได้รูปใบปิดมา 1 ใบ ต้องทำอะไรบ้าง

ผมต้องนำใบปิดนั้นไปสแกนให้เป็นไฟล์รูปก่อน ซึ่งใบปิดหนังไทยมีขนาดใหญ่มาก ประมาณ 21×31 นิ้ว ไม่ใช่ทุกร้านจะสแกนรูปที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ ต้องเป็นร้านที่มีเครื่องสแกนใหญ่เท่านั้น ในช่วงโควิดผมโพสต์ไปเลยว่า “ช่วงนี้ผมไม่ได้ไปสแกนเลยนะครับ เพราะห้างปิดหมด”

 

หลังจากนั้น ความที่ใบปิดส่วนใหญ่เดินทางผ่านกาลเวลามานานหลายสิบปี จึงต้องนำมาขัดสีฉวีวรรณแก้ไขรอยพับ รอยยับ รอยขีดข่วน รอยด่างและรอยขาดต่างๆ ตรงนี้ใช้เวลานานมาก

 

ใบปิดหนังใบไหนที่ประทับใจ

ที่ชอบมากที่สุดก็เรื่อง ธนูทอง (2508-ไชยา-พิศมัย) วาดได้ยิ่งใหญ่อลังการมาก ฟ้อนต์ตัวอักษรเข้ากับจิตวิญญาณของหนัง รูปต่างๆ บนใบปิดเล่าเรื่องราวของหนังได้ชัดเจน พระเอกเป็นกษัตริย์นักรบ ส่วนนางเอกเป็นราชินีที่รักดนตรี

 

 

หรืออย่างเรื่องผู้ชนะสิบทิศ (2509-ไชยา-พิศมัย) อักษรคำว่าผู้ชนะสิบทิศมันมีชีวิตชีวา เหมือนจะประกาศศักดาของพระเอก รูปพระเอกกำลังควบม้า ทำให้เรารู้ทันทีว่าพระเอกเป็นนักรบที่เก่งกาจ ตะลุยไปทุกทิศ หรืออย่างเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง (2513-มิตร-เพชรา) ดูแค่ใบปิดก็รู้ว่าเป็นหนังเพลงที่น่าสนุกในบรรยากาศท้องทุ่งท้องนา

 

 

 

 

จากการศึกษามา พบว่าการออกแบบใบปิดมีขั้นตอนเป็นอย่างไร

คุณเปี๊ยกโปสเตอร์เป็นคนทำให้การเขียนรูปใบปิดเฟื่องฟูขึ้นมา เพราะยุคก่อนหน้านั้นใบปิดหนังไทยก็ยังเป็นงานภาพถ่ายอยู่ ในภาษาชาวบ้านเรียกตัดปะ ทราบมาว่าคนเขียนรูปกับคนเขียนตัวอักษร ส่วนใหญ่จะเป็นคนละคนกัน ผมว่าคุณเปี๊ยกเยี่ยมมากตรงที่ว่าท่านก็จะต้องจินตนาการว่าท่านจะต้องวางรูปดาราและเรื่องจากบางฉากของหนังไว้อย่างไร และเว้นที่ว่างไว้แค่ไหนถึงจะพอดีกับตัวอักษรต่างๆที่คนเขียนอักษรจะมาเขียนภายหลังเพราะถ้าเขียนแน่นไป ช่างเขียนตัวอักษรอาจจะต้องเขียนลงมาทับรูปเยอะ

 

เท่าที่ผมทราบ คุณเปี๊ยกจะต้องไปหาผู้สร้างและขอรูปจากหนังมา คือเวลาถ่ายหนังจะต้องมีผู้ถ่ายภาพนิ่ง เอาไว้มาทำโชว์การ์ด (Show card) เวลาหนังเข้าโรง โชว์การ์ดพวกนี้จะนำมาติดในล็อบบี้ บางครั้งจึงเรียก “ล็อบบี้การ์ด” เวลาที่เราไปโรงหนังในสมัยก่อน ช่วงที่เรารอหนังรอบก่อนหน้าจบ  เราจะยืนดูรูปที่เป็นรูปจากหนังซึ่งติดไว้ที่ล็อบบี้ เหมือนเป็นหนังตัวอย่างเรียกน้ำย่อย

 

สังเกตว่าเวลาลงในเพจจะมีข้อมูลค่อนข้างครบถ้วนมาก อย่างเช่น ชื่อเจ้าของใบปิด มีดาราเป็นใครบ้าง ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ มีแหล่งข้อมูลจากไหน

สิ่งแรกที่ผมจะเขียนคือข้อความบนใบปิด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บางท่านที่มองตัวหนังสือเล็กๆ ไม่เห็นชัด แทนที่จะต้องไปถ่างขยายรูปดู ผมก็คัดลอกข้อมูลเหล่านั้นออกมาเลย บางเรื่องที่เรามั่นใจว่าใบปิดเขียนผิดอย่างเช่นนามสกุลดารา เราก็แก้ให้ หรือไม่มีนามสกุลดาราที่เรารู้ เราก็เติมให้ แต่บางข้อมูลที่เราไม่รู้จริงๆ เราก็ต้องปล่อยตามที่เขียนบนใบปิด

 

เมื่อมีเกร็ดอะไรที่อยากเสริมเข้าไปด้วย เช่น เคยเอามาสร้างละครโทรทัศน์กี่ครั้ง ผมก็จะเขียนเพิ่มเติมไว้ เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูล ผมอ่านหนังสือเยอะมากครับ และชอบถามคนในยุคก่อนๆ จน “จด” และ “จำ” เอาไว้มาเล่าต่อ

 

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเพจนี้

คนที่เพิ่งเข้ามาติดตามใหม่ๆมักจะคิดว่า เพจนี้มีหนังลงให้ดู มีคนชอบบอก “เอาหนังเรื่องนี้มาให้ดูหน่อย” ผมต้องบอกว่า ผมไม่มีหนังนะครับ หลายคนคิดว่าผมโชว์ใบปิดเพื่อที่ว่าเขาจะได้เข้ามาเลือกดูว่ามีหนังอะไรบ้างที่จะลงให้ดู

 

นอกจากนั้น แน่นอนหลายท่านคิดว่าผมขายใบปิด มีชาวต่างชาติหลายคนอินบ็อกซ์มาถามเลยว่า ราคาเท่าไหร่ ผมไม่ได้ขายครับ ผมไม่ต้องการให้เพจนี้มีการค้า อยากให้เป็นเพื่อความบันเทิงและเพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์โดยแท้จริง

 

กระแสตอบรับที่ได้? 

สุขใจครับ ข้อความมากมายที่แฟนๆเขียนมาทำให้ผมชื่นใจ ซึ้งใจมาก เช่น

“ขอบคุณมากนะครับ ทำให้ผมได้นึกถึงวันเวลาเก่าๆ สมัยที่แม่ผมยังมีชีวิตอยู่และพาผมไปดูหนังเลย”

“ไม่เห็นต้องมีไทม์แมชชีนนะครับ แค่มีเพจนี้ก็เหมือนผมได้ย้อนอดีตเลย”

“ผมเจอเพจคุณ เล่นเอาผมไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย ผมเข้าไปดูรูปในทุกตัวอักษรเลย” ฯลฯ

 

ดีต่อใจมากครับได้รับคำชื่นชมแบบนี้ ทำให้หายเหนื่อยและบางทีเหมือนได้เพื่อนด้วย เช่น บางช่วงผมยุ่ง ไม่มีเวลาโพสต์รูป หายไป คนจะเข้ามาถาม “หายไปไหน คิดถึงนะ” บางครั้งเครื่องคอมผมพัง ผมจะเขียนว่า “ขอหยุดโพสต์ 4-5 วัน ต้องซ่อมคอม รอหน่อยนะครับ” แฟนๆ จะคอมเมนต์กลับว่า “รอครับ รอได้ จะรอค่ะ”

 

หลังๆ เห็นว่าทางเพจมีลงเนื้อหาอื่นๆ นอกจากใบปิดด้วย 

นอกจากใบปิด ผมลงรูปดาราด้วยครับ ผมมองว่าใบปิดกับดารามันแยกจากกันไม่ได้ ถ้าไม่มีดารา ก็ไม่มีใบปิด

 

รูปแรกที่ผมลงชิมลาง (คือลงในคอมเม้นท์ของหนังอีโล้นซ่าส์) คือรูปของเนาวรัตน์ ซื่อสัตย์ คนชอบกันมากเลยครับ ส่วนรูปที่ลงอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกคือ ภาวนา ชนะจิต

 

 

หลังๆ ที่ผมเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น เพราะผมอยากให้เพจนี้เป็นเหมือนแมกกาซีนบันเทิงเล่มใหญ่ที่ครอบคลุมเรื่องราวบันเทิงต่างๆ ในอดีตไว้ เช่น รูปดาราพร้อมประวัติ เท่าที่จะหาได้ นางงาม คนดังในวงการบันเทิง เรื่องย่อหนัง-ละครไทย รูปจากหนังไทย แฟชั่นดาราในอดีต  กิจกรรมหรืองานอื่นๆ ในวงการบันเทิง ตลอดจนรูปและเรื่องราวของดาราต่างประเทศที่ดังในบ้านเราและใบปิดหนังต่างประเทศที่เข้ามาฉายในเมืองไทย เรื่องแรกที่ลงก็คือเรื่อง งูเกงกอง หนังเขมรที่ดังมากในบ้านเราในปี 2513 ครับ

 

 

มีช่างศิลป์คนในไหนที่อยากแนะนำให้ติดตามงาน

ที่ผ่านตาผมบ่อยๆ นอกจากคุณเปี๊ยกโปสเตอร์ ก็จะมีคุณทองดี คนนี้วาดหลายเรื่องมาก คุณชวนะ คุณบรรหาร คุณริ้ม คุณทวีป คุณเดช และท่านอื่นๆ

 

วางแผนว่าจะทำให้ Thai Movie Posters เป็นอย่างไรต่อในอนาคต

ไปเรื่อยๆ ครับ ถ้าหวังก็คงจะเป็น ขอให้ผมสามารถหาใบปิดหนังที่ยังไม่มีได้ จะได้โพสต์ให้แฟนๆ ได้เห็นกันและขอให้ระบบ Facebook อยู่ไปตลอดกาลนะครับ เพื่อที่คนในอนาคตจะได้มาเห็นศิลปะใบปิดที่งดงามไม่แพ้ชาติใดในโลกของหนังไทยเราครับ

 

ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและติดตาม Thai Movie Posters

 

หนังไทยไม่มีวันตายครับ

 

Share

CONTINUE IN

Thought